หากผมเริ่มแห้ง ชี้ฟู หรือเสียจากการทำสี ดัด และยืด การรู้วิธีใช้ทรีทเม้นท์ผมที่ถูกต้องจะช่วยเปลี่ยนผมพังให้กลับมานุ่มลื่นสลวยได้จริง ๆ แต่สาเหตุที่หลายคนใช้แล้วยังไม่เห็นผล นั่นอาจเป็นเพราะขั้นตอนหรือสูตรที่เลือกใช้ยังไม่ตรงกับสภาพผมของตัวเองนั่นเองค่ะ
บทความนี้รวบรวมทุกอย่างที่คุณต้องรู้ ตั้งแต่ทรีทเม้นท์คืออะไร เลือกสูตรไหนให้เหมาะกับผมตัวเอง ไปจนถึงเทคนิคการใช้ที่ได้ผลจริงแบบที่ช่างผมมืออาชีพทำ อ่านจบแล้วจัดการผมเสียได้ทันทีค่ะ
Key Takeaways
-
- ทรีทเม้นท์ผมแตกต่างจากครีมนวดตรงที่ซึมลึกเข้าไปฟื้นฟูโครงสร้างเส้นผมจากภายใน ไม่ใช่แค่เคลือบผิวนอก ใช้สัปดาห์ละ 1-2 ครั้งก็เพียงพอ
- ควรเลือกสูตรทรีทเม้นท์ผมให้ตรงปัญหา ผมทำสีเลือกสูตรบำรุง ผมฟูชี้เลือกสูตรเรียบลื่น ผมเสียหนักเลือกเคราตินใส่ผมหรือ Protein Treatment
- วิธีใช้ทรีทเม้นท์ผมต้องทิ้งไว้ให้ครบเวลา และหากอยากได้ผลลัพธ์เร็วขึ้น การอบไอน้ำผมช่วยให้ส่วนผสมซึมเข้าเส้นผมได้ลึกกว่าปกติ
ทรีทเม้นท์ผมคืออะไร?
ทรีทเม้นท์ผม คือผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมสูตรเข้มข้น (Intensive Hair Care) ที่ออกแบบมาเพื่อฟื้นฟูโครงสร้างภายในของเส้นผม (Hair Cortex) โดยเฉพาะค่ะ โดยมักจะมีส่วนผสมหลักอย่าง Keratin, Collagen, Amino Acid หรือน้ำมันธรรมชาติที่ช่วยเติมเต็มโปรตีนและความชุ่มชื้นที่ขาดหายไปได้อย่างล้ำลึกค่ะ
การทําทรีทเม้นท์ผมเป็นประจำจะช่วยให้ผมที่แห้งเสียจากการทำสี ดัด ยืด หรือโดนความร้อนสะสม ค่อย ๆ ฟื้นตัวกลับมาแข็งแรง นุ่มลื่น และมีน้ำหนักขึ้นจริง เหมาะสุด ๆ สำหรับคนที่มีปัญหาผมแห้งไม่มีน้ำหนักหรือผมขาดง่ายค่ะ
ทรีทเม้นท์ผม VS ครีมนวดผม ต่างกันอย่างไร?
ครีมนวดผม (Conditioner) ทำงานที่ผิวด้านนอกของเส้นผม (Hair Cuticle) เป็นหลัก ช่วยให้หวีง่าย ลดการพันกัน และเพิ่มความลื่นชั่วคราวหลังสระ ใช้ได้ทุกวัน ล้างออกได้เร็ว และวิธีใช้ครีมนวดก็ง่าย ๆ แค่ทาทิ้งไว้ 2-3 นาทีแล้วล้างออก เหมาะสำหรับบำรุงรักษาประจำวันค่ะ
ส่วนทรีทเม้นท์ผมหรือครีมหมักผมนั้นเข้มข้นกว่ามาก เพราะส่วนผสมออกแบบมาให้ซึมเข้าสู่ชั้น Cortex ของเส้นผม ช่วยเติมโปรตีนและซ่อมแซมความเสียหายจากภายใน ต้องทิ้งไว้อย่างน้อย 5-20 นาทีจึงจะได้ผล ไม่ใช่สิ่งที่ใช้แทนครีมนวดผมได้ทุกวัน แต่เป็นครีมบำรุงผมเสียที่ควรทำสม่ำเสมอ
เลือกทรีทเม้นท์อย่างไรให้เหมาะกับสภาพผมคุณ?
สภาพผมแต่ละคนไม่เหมือนกัน เพราะงั้นการเลือกให้ตรงจุดสำคัญมาก ลองเช็กปัญหาผมของคุณแล้วเลือกตามนี้ได้เลยค่ะ
-
- ผมทำสี ผมดัด ผมยืด : เลือกทรีทเม้นท์ผมทําสีหรือสูตรที่มี Keratin และ Collagen เพื่อเติมโปรตีนที่หายไป โดยเฉพาะทรีทเม้นท์ผมเคราตินที่ช่วยปิด Cuticle และลดการขาดหลุดร่วง
- ผมฟู ชี้ ไม่เรียบ : เลือกสูตร Smooth & Sleek ที่มีส่วนผสมของ Silicone หรือ Argan Oil ช่วยจัดการผมแห้งไม่มีน้ำหนักให้ดูเรียบลื่นขึ้น
- ผมแห้งมาก ขาดน้ำ : เลือกทรีทเม้นท์บํารุงผมเสียที่มี Hyaluronic Acid หรือน้ำมันธรรมชาติ เช่น Virgin Coconut Oil เพื่อเติมความชุ่มชื้นในระดับลึก
- ผมเสียหนักมาก ผมขาดง่าย : เลือกสูตร Intense Repair ที่มี Hydrolyzed Keratin และ Amino Acid สูง
- ผมมีกลิ่น ผ่านการทำเคมีมาหนัก : เลือกสูตร Detox ที่ช่วยล้างกลิ่นสารเคมีออกจากเส้นผมได้
แนะนำทรีทเม้นท์จาก Caring ครบจบทุกปัญหาผม
ทรีทเม้นท์ผม Caring แต่ละสูตรถูกพัฒนามาเพื่อแก้ปัญหาผมเฉพาะเรื่อง ราคาคุ้มค่า และได้ผลลัพธ์ระดับซาลอน มาดูกันเลยค่ะว่ามีตัวไหนที่ตรงกับปัญหาผมของคุณบ้าง
1. แคริ่งทรีทเม้นท์ สูตร เอเอชเอ
ทรีทเม้นท์ผมแบบซองสูตรนี้มีส่วนผสมของ AHA (Alpha Hydroxy Acid) ที่ช่วยขจัดเซลล์ผมเสียที่เกาะอยู่บนเส้นผม ทำให้ผมดูดซับสารบำรุงได้ดีขึ้น คนที่รีวิวทรีทเม้นท์ผมมาหลายตัวแล้วรู้สึกว่าไม่ซึมเข้าเส้นผม สูตรนี้ตอบโจทย์เรื่องนั้นโดยตรงค่ะ
2. แคริ่งทรีทเม้นท์ คลาสสิค ซีรีย์
ทรีทเม้นท์ผมในซีรีย์คลาสสิคที่วางจำหน่ายมานาน สูตรเข้มข้นช่วยบำรุงผมแห้งเสียทั่วไป ใช้ง่าย ราคาเข้าถึงได้ เป็นตัวเลือกแรก ๆ ที่แนะนำสำหรับคนเริ่มต้นทําทรีทเม้นท์ผมที่บ้าน
3. แคริ่ง เวอร์จิ้น โคโคนัท ออยล์ แฮร์ ทรีทเม้นท์
ทรีทเม้นท์ผมหอมกลิ่นมะพร้าวสดที่มาพร้อม Virgin Coconut Oil บริสุทธิ์ ช่วยเติมความชุ่มชื้นและลดผมแตกปลาย เหมาะกับคนที่ชอบที่หมักผมกลิ่นอ่อนโยนเป็นธรรมชาติ และไม่อยากได้กลิ่นเคมีค่ะ
4. แคริ่ง เมอร์เมด ทรีทเม้นท์ สูตรผมเรียบลื่นเงางาม
ทรีทเม้นท์ผมนุ่มลื่นสูตรเรือธงที่ช่วยจัดการผมฟูชี้ให้เรียบลื่นเงางามทันตาเห็น มีส่วนผสมของ Marine Collagen และ Silk Protein ที่ช่วยปิด Cuticle และทำให้ผมสะท้อนแสงสวยงาม เหมาะกับใช้เป็นทรีทเม้นท์ผมตรงหรือคนที่อยากได้ผมเงาระดับซาลอน
5. แคริ่ง เมอร์เมด ทรีทเม้นท์ คอลลาเจน อินเทนส์ รีแพร์
สำหรับผมเสียจากการทำสีหรือผ่านสารเคมีมาหนัก สูตรนี้มี Hydrolyzed Collagen และเคราตินใส่ผมเข้มข้น ช่วยซ่อมแซมผมทําสีที่ผ่านการฟอก ย้อม หรือทำเคมีบ่อย ให้กลับมาเด้งและแข็งแรงได้ใหม่ค่ะ
6. แคริ่ง ดับเบิ้ลแคร์ ทรีทเม้นท์
มาร์คผมสูตร 2 in 1 ที่บำรุงทั้งเส้นผมและหนังศีรษะในขั้นตอนเดียว เหมาะกับคนที่อยากดูแลครบแต่มีเวลาน้อย คุณภาพระดับมืออาชีพแต่ใช้ง่าย ๆ ได้ที่บ้านค่ะ
7. แคริ่ง ดับเบิ้ลแคร์ ทรีทเม้นท์ ดีท็อกซ์ ฟอร์มูล่า ขจัดกลิ่นเคมี
ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับผมที่เพิ่งผ่านการทำเคมีใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นการดัด ยืด หรือทำสี ช่วยขจัดกลิ่นสารเคมีตกค้างออกจากเส้นผม พร้อมบำรุงให้ผมกลับมานุ่มและมีน้ำหนัก
ยาย้อมผมสมุนไพรกับยาย้อมผมเคมี ต่างกันตรงไหน?
การรู้วิธีใช้ทรีทเม้นท์ผมที่ถูกขั้นตอนช่วยให้ผลลัพธ์ดีขึ้นเป็นเท่าตัว สามารถทำตามนี้ได้เลยค่ะ
-
- สระผมให้สะอาดก่อนเสมอ เพราะทรีตเมนต์จะซึมเข้าเส้นผมได้ดีที่สุดเมื่อผมสะอาดและเปิด Cuticle อยู่ หลังสระให้บีบน้ำออกพอหมาด ไม่ต้องเช็ดแห้งสนิท
- แบ่งผมเป็นส่วน ๆ แล้วทาให้ทั่ว เน้นที่ส่วนกลางถึงปลายผมที่เสียหาย ไม่จำเป็นต้องทาที่โคนผมหรือหนังศีรษะ เพราะน้ำมันจากหนังศีรษะเพียงพออยู่แล้ว
- ทิ้งไว้อย่างน้อย 5-20 นาที ขึ้นอยู่กับสูตรที่ใช้ หากอยากได้ผลเร็วขึ้นสามารถใช้หมวกอบไอน้ำหรือผ้าร้อนคลุมช่วยได้ แต่ควรระวังการอบไอน้ำผม เพราะข้อเสียจากการอบนานเกินไปคือผมยิ่งเปราะหรือหนังศีรษะระคายเคือง
- ล้างออกให้สะอาด อย่าล้างออกไม่หมด เพราะสารตกค้างอาจทำให้ผมแลดูหนักหรือมันเกินไปโดยไม่จำเป็น
- ปิดท้ายด้วยการล้างน้ำเย็นเพื่อปิด Cuticle และล็อคสารบำรุงให้อยู่ในเส้นผมนานขึ้น เป็นเทคนิคง่าย ๆ ที่ช่างผมมักแนะนำ
ทรีทเม้นท์ผม ควรทําบ่อยแค่ไหน คำตอบคือสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งสำหรับผมเสียทั่วไปค่ะ หากผมเสียหนักมากช่วงแรกทำได้ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ แล้วค่อยลดลงเมื่อผมดีขึ้น
ผมสุขภาพดี เริ่มต้นที่ทรีทเม้นท์ผม Caring
ผมสวยสุขภาพดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับโชคหรือพันธุกรรมอย่างเดียว แต่อยู่ที่การดูแลสม่ำเสมอด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผมของคุณ รู้จักปัญหาผมตัวเอง เลือกสูตรให้ตรง และใช้ให้ถูกวิธี แค่นี้ผลลัพธ์ก็เปลี่ยนได้อย่างเห็นได้ชัดค่ะ
Caring พัฒนาผลิตภัณฑ์ดูแลผมมากกว่า 50 ปี ด้วยมาตรฐานระดับซาลอนที่ช่างผมมืออาชีพเลือกใช้ ในราคาที่คนไทยทุกคนเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะเป็นครีมนวดผมแก้ผมเสียหรือทรีทเม้นท์เฉพาะทาง เราออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาผมจริง ๆ ไม่ใช่แค่ทำให้รู้สึกดีชั่วคราวค่ะ
ช่องทางการติดต่อ
-
- Facebook: Caring | Bangkok
- Instagram : @caring_thailand_official
- Line : @caring
- Tel: 02-8920236
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ทรีทเม้นท์ผมควรใช้ตอนไหน?
ควรใช้หลังสระผมขณะที่ผมยังหมาดอยู่ค่ะ เพราะ Cuticle ยังเปิดอยู่ ทำให้สารบำรุงซึมเข้าเส้นผมได้ดีที่สุด อย่าใช้กับผมแห้งสนิทหรือผมที่ยังไม่ได้สระ เพราะประสิทธิภาพจะลดลงมาก
หมักทรีทเม้นท์ก่อนสระผมกี่นาที?
โดยทั่วไปควรทิ้งไว้อย่างน้อย 5-15 นาที สำหรับสูตรเข้มข้นบางตัวอาจนานถึง 20-30 นาที ตามที่ระบุบนฉลาก อย่าล้างออกเร็วเกินไป เพราะส่วนผสมยังไม่มีเวลาซึมเข้าเส้นผมเต็มที่ค่ะ
ทรีทเม้นท์ผม ใช้ได้ทุกวันไหม?
ทรีทเม้นท์ผมใช้ยังไงให้ได้ผลดีที่สุด คือสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ไม่แนะนำให้ใช้ทุกวันค่ะ เพราะการใช้บ่อยเกินไปอาจทำให้ผมหนักหรือสะสมสารบำรุงมากเกินความจำเป็น ซึ่งส่งผลให้ผมมันและแลดูแบนได้




Konvy