สำหรับใครที่กำลังมองหาวิธีบำรุงผมแห้งเสีย หลังผ่านการทำสี ดัด หรือยืดผมมาหลายครั้ง จนเส้นผมขาดความชุ่มชื้น แตกปลาย ชี้ฟู และไร้น้ำหนัก บทความนี้รวบรวมสาเหตุของผมเสีย พร้อมขั้นตอนดูแลที่ทำตามได้จริง ตั้งแต่การเลือกแชมพู การใช้ครีมนวด ไปจนถึงการเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับสภาพเส้นผมแต่ละแบบ เพื่อให้เส้นผมกลับมานุ่มสลวย มีน้ำหนัก และดูสุขภาพดีอีกครั้ง โดยไม่ต้องพึ่งพาการทำเคมีซ้ำ ๆ ที่อาจยิ่งทำให้ผมอ่อนแอลงกว่าเดิม
Key Takeaways
-
- ผมแห้งเสียส่วนใหญ่เกิดจากความร้อน สารเคมี และการสระผมที่ไม่ถูกวิธี มากกว่าที่คิด
- การเลือกครีมบำรุงผมและทรีทเมนต์ให้ตรงกับสภาพเส้นผม ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างเคราตินได้ตรงจุด
- ลดความร้อนจากไดร์และเครื่องหนีบ พร้อมเล็มปลายผมสม่ำเสมอ ช่วยชะลอปัญหาผมแตกปลาย
- ผลิตภัณฑ์จาก Caring หลายกลุ่มออกแบบมาเพื่อฟื้นฟูผมเสียจากเคมีโดยเฉพาะ ในราคาที่เข้าถึงได้
ผมแห้งเสียเกิดจากสาเหตุอะไร?
ก่อนจะไปดูวิธีดูแลผม ควรทำความเข้าใจก่อนว่าอะไรคือต้นเหตุที่ทำให้เส้นผมเสื่อมสภาพ เพราะเมื่อรู้สาเหตุแล้ว การเลือกวิธีดูแลก็จะตรงจุดมากขึ้น
-
- สารเคมีจากการย้อม ดัด ยืดผม : ความร้อนและสารเคมีในกระบวนการเหล่านี้ทำลายโครงสร้างเคราติน ซึ่งเป็นโปรตีนหลักของเส้นผม ทำให้ผมเปราะบาง เป็นสาเหตุของผมเสียจากการกัดสีผม
- สระผมบ่อยเกินไปหรือใช้น้ำร้อน : การสระผมทุกวันด้วยน้ำร้อนจัดชะล้างน้ำมันธรรมชาติออกจากหนังศีรษะมากเกินไป ทำให้เส้นผมแห้งกร้านและไร้น้ำหนัก
- ความร้อนจากเครื่องเป่าหรือเครื่องหนีบผม : อุณหภูมิสูงกว่า 180 องศาเซลเซียสทำลายชั้นคิวติเคิล (Cuticle) ที่ห่อหุ้มเส้นผม ทำให้ผมชี้ฟูและแตกปลายง่ายขึ้น
- แสงแดดและมลภาวะ : รังสียูวี (UV) และฝุ่นละอองในอากาศทำลายโปรตีนในเส้นผมอย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่รู้ตัวก็ตาม
11 วิธีบำรุงผมแห้งเสียให้ดูสุขภาพดี มีอะไรบ้าง?
เมื่อทราบสาเหตุแล้ว มาดู 11 วิธีบำรุงผมที่ทำได้ด้วยตัวเอง ช่วยฟื้นฟูเส้นผมให้กลับมาสวย มีน้ำหนัก และลดปัญหาผมยุ่งในระยะยาว
1. เลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับสภาพเส้นผม
ผมแต่ละสภาพต้องการการดูแลต่างกัน ผมแห้งควรเลือกแชมพูสูตรอ่อนโยนที่มีโปรตีนและวิตามินอีเป็นส่วนผสมหลัก ส่วนผมทำสีควรใช้สูตรเฉพาะสำหรับผมผ่านสารเคมีเพื่อคง Color เอาไว้ได้นานขึ้น
2. สระผมให้ถูกวิธี
ควรสระผมสัปดาห์ละ 3-4 ครั้งด้วยน้ำอุณหภูมิปกติ นวดหนังศีรษะเบา ๆ ด้วยปลายนิ้ว หลีกเลี่ยงการขยี้แรงที่อาจทำให้เส้นผมขาดเกิดจากแรงเสียดสี
3. บำรุงด้วยครีมนวดหรือทรีทเมนต์
หลังสระผมทุกครั้งควรใช้ครีมนวดหรือทรีทเมนต์เน้นที่ปลายผม หมักทิ้งไว้ 2-3 นาทีก่อนล้างออก เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้เส้นผมที่แห้งกร้าน
4. ใช้น้ำมันบำรุงผมหลังสระ
น้ำมันบำรุงผม เช่น Argan Oil หรือ Coconut Oil ช่วยเคลือบผิวเส้นผม ลดการสูญเสียความชุ่มชื้นและทำให้จัดแต่งทรงง่ายขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งความร้อน
5. ไม่ใช้ความร้อนจัดแต่งทรงผมบ่อย ๆ
ลดความถี่ในการใช้ไดร์หรือเครื่องหนีบ หากจำเป็นควรใช้สเปรย์กันความร้อน (Heat Protectant) ก่อนทุกครั้ง เพื่อลดโอกาสผมช็อตจากการยืดหรือจัดแต่งทรงด้วยความร้อน
6. ลดการใช้สารเคมีกับเส้นผม
เว้นระยะการทำสีหรือดัดผม และเลือกสูตรที่มีสารระคายเคืองน้อยลง เพื่อให้เส้นผมมีเวลาฟื้นตัวระหว่างการทำเคมีแต่ละครั้ง
7. หวีผมให้ถูกวิธี
ใช้หวีซี่ห่างเริ่มหวีจากปลายผมไล่ขึ้นไปหาโคน หลีกเลี่ยงการหวีขณะผมเปียกที่รากผมยังอ่อนแอ ช่วยลดปัญหาผมขาดหลุดจากแรงดึงรั้ง
8. ไม่นอนหลับในขณะที่ผมเปียก
ความชื้นที่สะสมบนเส้นผมตลอดคืนเป็นแหล่งสะสมเชื้อราและแบคทีเรียบนหนังศีรษะ ควรเป่าผมให้แห้งหมาดก่อนเข้านอนเสมอ
9. หมั่นเล็มปลายผมเป็นประจำ
เล็มปลายผมทุก 6-8 สัปดาห์ เพื่อตัดส่วนที่แตกปลายออกก่อนลามขึ้นไปถึงกลางเส้น ช่วยให้ทรงผมดูเรียบเนียนขึ้น
10. ทานอาหารบำรุงเส้นผม
โปรตีน ไบโอติน (Biotin) และธาตุเหล็กเป็นสารอาหารสำคัญต่อการสร้างเส้นผม พบได้ในไข่ ปลาแซลมอน ถั่ว และผักใบเขียว
11. ปกป้องเส้นผมจากแสงแดดและรังสียูวี
สวมหมวกหรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสาร UV Filter เมื่อต้องออกแดดเป็นเวลานาน เพื่อลดการทำลายโครงสร้างโปรตีนของเส้นผมจากรังสียูวี
แนะนำผลิตภัณฑ์บำรุงผมจาก Caring ให้ผมเงางาม สุขภาพดี
นอกจากปรับพฤติกรรมการดูแลผมแล้ว การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์เฉพาะปัญหาซึ่ง Caring แบรนด์ที่คนไทยไว้วางใจในวงการเส้นผมมากว่า 50 ปี มีผลิตภัณฑ์หลากหลายกลุ่มที่ตอบโจทย์ผู้ที่มีปัญหาผมแห้งเสียในแต่ละระดับ
แคริ่ง เมอร์เมด ซูเปอร์ซิลกี้
แคริ่ง เมอร์เมด ซูเปอร์ซิลกี้ (80 มล.) อาหารผมสูตรไม่ต้องล้างออก นวัตกรรมเคราตินเข้มข้นผสานแพลงก์ตอนทะเล เนรมิตผมนุ่มลื่นประดุจนางเงือก มีส่วนช่วยลดผมชี้ฟูแตกปลาย กันความร้อนจากการจัดแต่งทรง พร้อมกลิ่นหอมพรีเมียมติดทนนาน เพียงลูบไล้ 1 ปั๊มเน้นบริเวณปลายผม ใช้ได้ทั้งผมเปียกหมาดและผมแห้ง
แคริ่ง เมอร์เมด ทรีทเม้นท์ สูตรผมเรียบลื่นเงางาม
แคริ่ง เมอร์เมด ทรีทเม้นท์ สูตรผมเรียบลื่นเงางาม (กระปุกฟ้า) ขนาด 300 มล. ผสาน Pro-vitamin B5, Collagen Peptide, Soyamine และ Biotin ช่วยฟื้นบำรุงและปกป้องเส้นผมอย่างล้ำลึก คืนความเรียบตรง มีน้ำหนัก ไม่ชี้ฟู ลดการขาดหลุดร่วง ให้ผมสวยนุ่มลื่นสุขภาพดีตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้ เพียงนวดทิ้งไว้หลังสระแล้วล้างออก
แคริ่ง เมอร์เมด ทรีทเม้นท์ คอลลาเจน อินเทนส์ รีแพร์
แคริ่ง เมอร์เมด ทรีทเม้นท์ คอลลาเจน อินเทนส์ รีแพร์ (กระปุกชมพู ขนาด 300 มล.) สูตรฟื้นบำรุงผมแห้งเสียจากการทำสีและเคมี ผสานคอลลาเจนเปปไทด์, Lactic Acid และโปรวิตามิน B5 ช่วยฟื้นฟูแกนผมล้ำลึก ปรับสมดุล ผสมสารช่วยเคลือบปกป้อง ลดผมพันกัน เพิ่มความนุ่มลื่นเงางาม เพียงชโลมนวดหลังสระแล้วล้างออก หรือใช้อบไอน้ำเพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น
แคริ่ง เวอร์จิ้น โคโคนัท ออยล์ แฮร์ ทรีทเม้นท์
ฟื้นบํารุงผมแห้งเสียและลดโอกาสผมร่วงด้วย แคริ่ง เวอร์จิ้น โคโคนัท ออยล์ แฮร์ ทรีทเม้นท์ ผสานน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นเข้มข้น กรดอะมิโน และคอลลาเจนจากปลาทะเล ช่วยคืนความนุ่มลื่น เงางาม และแข็งแรง ปราศจากพาราเบน ซิลิโคน และ SLS จึงไม่ทิ้งสารตกค้าง ผมสลวย ไม่ลีบแบน และไม่มันระหว่างวัน หลังสระหมักทิ้งไว้ 3–5 นาทีแล้วล้างออก
แคริ่งทรีทเม้นท์ คลาสสิค ซีรีย์
แคริ่งทรีทเม้นท์ คลาสสิค ซีรีย์ ผลิตภัณฑ์บํารุงผมผสมคอลลาเจน ซึมซาบล้ำลึก ใช้แทนครีมนวดได้ทุกวันเพื่อผมนุ่มลื่น มีน้ำหนัก และจัดทรงง่าย ตอบโจทย์ทุกปัญหาผมด้วย 4 สูตร ได้แก่ Original (ผมเสียมาก), AHA (ผมทำเคมี/ทำสี), Egg Protein (ผมกัด/ไฮไลท์) และ Honey Milk Protein (ผมยืด/ดัด) เพียงหมักหลังสระ 3–5 นาทีแล้วล้างออก มี 3 ขนาด (100, 250, 500 มล.)
แคริ่ง ดับเบิ้ลแคร์ ทรีทเม้นท์
แคริ่ง ดับเบิ้ลแคร์ ทรีทเม้นท์ ผลิตภัณฑ์บํารุงผมล้ำลึกด้วยสารสกัดธรรมชาติคู่ ใช้แทนครีมนวดได้ทุกวันเพื่อผมนุ่มลื่นทันที มี 3 สูตรตอบโจทย์ทุกปัญหาผม: Hair Fall Defend (อัญชัน+ซอยเปปไทด์) ลดผมร่วงเร่งผมยาว, Heat Protection (มะพร้าว+จมูกข้าวสาลี) กันความร้อนและ UV, และ Detox (ชาขาว+ว่านหางจระเข้) ล้างสารเคมีสะสม เพียงนวดทิ้งไว้ 3–5 นาทีแล้วล้างออก (ขนาด 100, 250, 500 มล.)
แคริ่ง ดับเบิลแคร์ ทรีทเม้นท์ ดีท็อกซ์ ฟอร์มูล่า ขจัดกลิ่นเคมี
แคริ่ง ดับเบิลแคร์ ทรีทเม้นท์ ดีท็อกซ์ ฟอร์มูล่า ช่วยฟื้นบํารุงผมเสียจากการทำเคมีด้วยคุณค่า 2 เท่าจากว่านหางจระเข้และชาขาว พร้อมลิขสิทธิ์สารดับกลิ่นจากสวิตเซอร์แลนด์ ช่วยตกค้าง ขจัดกลิ่นฉุน และลดผมช็อตทันทีหลังใช้ โดยไม่ทำให้ผมมัน ลีบแบน หรือเกิดรังแค เพียงหมักหลังสระ 5 นาทีแล้วล้างออก
แคริ่ง แฮร์โทนิค ทาคานอล
แคริ่ง แฮร์โทนิค ทาคานอล ขนาด 120 มล. โทนิคบำรุงหนังศีรษะสูตรอ่อนโยน ผสานคุณค่าสารสกัดธรรมชาติและ Takanal คุณภาพระดับยาจากญี่ปุ่น ช่วยลดผมขาดร่วง กระตุ้นการงอกใหม่ และทำให้ผมนุ่มเงามีน้ำหนัก มี 2 สูตร ได้แก่ แฮร์ฟอลดีเฟนซ์ (ลดผมร่วง) และ แอนตี้-แดนดรัฟ (ขจัดรังแค ลดคัน) เพียงหยดและนวดเบา ๆ เช้า-เย็น
แคริ่งแฮร์เซรั่ม ดับกลิ่นฉุนของเคมี
เซรั่มบำรุงผม แคริ่งแฮร์เซรั่ม (15 มล.) นวัตกรรมดับกลิ่นฉุนเคมีจากการดัด ยืด และทำสีผมด้วยไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ได้หมดจดโดยไม่ลดประสิทธิภาพน้ำยา ผสานเคราตินโปรตีนเข้มข้นอนุภาคเล็ก ช่วยฟื้นฟูผมแห้งเสีย ลดอาการช็อต เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผมนุ่มลื่นมีน้ำหนักทันที ใช้ผสมเคมี ชโลมก่อน-หลังทำเคมี หรือใช้อบไอน้ำบํารุงผม
ฟื้นผมสุขภาพดี ด้วยวิธีบำรุงผมแห้งเสียจากผลิตภัณฑ์บำรุงผม Caring
วิธีบำรุงผมแห้งเสียให้กลับมาสุขภาพดีต้องเริ่มจากการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันเพื่อลดการทำร้ายเส้นผม ควบคู่ไปกับการเติมความชุ่มชื้นและฟื้นฟูโครงสร้างโปรตีนอย่างสม่ำเสมอ การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงที่ตรงจุดจาก Caring จะช่วยปกป้องเส้นผมจากความร้อน สารเคมี และมลภาวะได้อย่างมีประสิทธิภาพ เปลี่ยนผมชี้ฟูขาดง่ายให้กลับมาเรียบลื่น มีน้ำหนัก และเงางามอย่างเป็นธรรมชาติอีกครั้ง
-
- Facebook: Caring | Bangkok
- Instagram : @caring_thailand_official
- Line : @caring
- Tel: 02-8920236
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ผมแห้งเสียแก้หายได้ไหม ใช้เวลานานแค่ไหน?
สามารถฟื้นฟูให้ดีขึ้นได้ด้วยการปรับพฤติกรรมและใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง โดยทั่วไปเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นภายใน 4-8 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับความเสียหายเดิมของเส้นผมและความสม่ำเสมอในการดูแล
ควรใช้ทรีทเมนต์หรือครีมนวดบ่อยแค่ไหน?
ครีมนวดใช้ได้ทุกครั้งที่สระผม ส่วนทรีทเมนต์เข้มข้นแนะนำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง หรือถี่ขึ้นในช่วงที่ผมเสียรุนแรงจากการทำเคมี
เซรั่มผมกับออยล์ผม อันไหนดีกว่าสำหรับผมแห้ง?
เซรั่มเนื้อบางเบาเหมาะกับการใช้ประจำวันเพื่อลดผมพันกันและเพิ่มความเงางาม ส่วนน้ำมันบำรุงผมให้ความชุ่มชื้นเข้มข้นกว่า เหมาะกับผมที่ไม่มีน้ำหนัก ผมแห้งเสียมาก หรือคนที่ใช้เป็นทรีทเมนต์รายสัปดาห์ ทั้งสองแบบสามารถใช้ร่วมกันได้เพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น




Konvy